จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่าราคาที่ดินเปล่าตามแนวรถไฟฟ้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยบางประการอาจทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เปิดเผยว่าในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ราคาที่ดินเปล่าที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางที่รถไฟฟ้าผ่าน พบว่าราคาที่ดินที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรกที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเป็นโครงการในอนาคตที่เชื่อมโยงกับย่านการค้าที่สำคัญ พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่กำลังได้รับการพัฒนา โดยรายละเอียดของแต่ละพื้นที่มีดังนี้
อันดับที่ 1 คือ สายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) และสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) โดยพบว่าราคาที่ดินในพื้นที่สมุทรปราการและพระสมุทรเจดีย์มีการปรับขึ้น
อันดับที่ 2 คือรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) ซึ่งพบว่าราคาที่ดินในนนทบุรี บางใหญ่ และบางบัวทอง เป็นพื้นที่ที่ราคามีการปรับขึ้นเป็นอย่างมาก
อันดับที่ 3 คือ รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) โดยพบว่าราคาที่ดินในจตุจักร ห้วยขวาง และพญาไท เป็นพื้นที่ที่มีการปรับราคาขึ้นเป็นอย่างมาก
อันดับที่ 4 คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต) และสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ - มธ. รังสิต) โดยราคาที่ดินในพื้นที่บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง และคลองหลวง พบว่าราคาปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อันดับที่ 5 คือ สายสีแดงเข้ม (หัวลำโพง-มหาชัย) โดยราคาที่ดินในพื้นที่จอมทอง บางบอน และบางขุนเทียนมีราคาที่ปรับขึ้นอย่างมาก
สภาวะราคาที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไปสะท้อนให้เห็นว่าที่ดินในเขตรอบนอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่สูงมาก เพราะที่ดินในเขตชานเมือง
มีราคาไม่แพงและสามารถนำไปใช้พัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบได้ ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนราคาที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับความสามารถในการซื้อบ้านได้
ปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินเปล่าเพิ่มขึ้นไม่มาก สืบเนื่องจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีการเติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากการยกเลิกมาตรการผ่อนคลาย LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังมีสัดส่วนสูงถึง 90% ของจีดีพี นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยยังมีการปรับให้สูงขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่จะลดความสามารถในการซื้อและผ่อนบ้านของประชาชน
โดยภาวะดังกล่าวส่งผลให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการจึงเลื่อนแผนการเปิดโครงการใหม่จากปีนี้ไปเป็นปี 2567 ส่งผลให้การซื้อที่ดินเปล่าเพื่อรองรับการพัฒนาในหลายทำเลชะลอตัวลง นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ประกาศที่จะเริ่มเก็บภาษีที่ดินและอาคารเต็มอัตราอีกด้วย
สุดท้ายนี้ โปรดติดตามบล็อกลาซูดี เพื่อที่จะได้รับข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับข่าวสารด้านอสังหาริมทรัพย์