จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงพบว่า ในปี 2564 เป็นช่วงที่เกิดการชะลอตัวของอสังหาริมทรัพย์ โดยมีโครงการเปิดตัวใหม่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี แต่ในปี 2565 ถึงแม้จะมีความกังวลในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ แต่ประชาชนเริ่มเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น จึงเป็นแนวโน้มที่ดีว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง โดยมีการคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2564 โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่จะมีจำนวนมากกว่า และจะเพิ่มขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้น ปี 2565 จึงเป็นปีที่นักลงทุนและบุคคลที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะได้เห็นอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวใหม่หลากหลายโครงการพร้อมทั้งโปรโมชั่นอีกมากมาย
เหตุใดปี 2565 จึงเป็นปีที่ควรลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหลายคนได้ออกมายอมรับว่า ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มที่เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวช้า และยังเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง ทำให้ปี 2564 ที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวแต่ในประเทศไทยกลับยังคงติดลบ และในปี 2565 ที่ประเทศไทยเริ่มมีการเปิดการท่องเที่ยว จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัว โดยมีข้อมูลเสริมจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ว่า ถึงแม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ แต่ก็ยังมีตัวช่วยจากภาครัฐบาลที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลับมาเฟื่องฟูได้ในปี 2565
โดยภาครัฐบาลมีมาตรการให้ลดค่าโอน และจำนองจาก 3% เหลือเพียง 0.01% โดยให้สิทธิการโอนบ้านมือสอง อีกทั้งยังมีมาตรการผ่อนปรน LTV 100% จากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะช่วยให้สามารถกู้ซื้อบ้านได้โดยปราศจากเงินดาวน์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าสามารถกู้ได้เต็มวงเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าธนาคารยังมีสภาพคล่องมากพอสำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ ดังนั้น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สามารถเปิดขายโครงการใหม่ หรือจัดโปรโมชั่นเพื่อขายโครงการที่ยังขายไม่หมดในปี 2564 ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ได้ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า มาตรการผ่อนปรน LTV 100% ของธนาคารแห่งประเทศไทยนี้จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังซื้อหันมาลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจากปี 2564 และจะช่วยระบายโครงการที่ขายไม่หมดในปี 2564 ได้กว่า 283,500 ยูนิต
คำยืนยันจากผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ ปี 2565 ว่าตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
จากการคาดการณ์ของกูรูด้านเศรษฐศาสตร์ บวกกับผลการสำรวจของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งยังมีการยืนยันเรื่องมาตรการต่าง ๆ จากธนาคารแห่งประเทศไทย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีการกำหนดนโยบายออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 มีความน่าเชื่อมั่นมากขึ้นว่าจะมีทิศทางที่ดี และจะกลับมาดีเหมือนช่วง 5 ปีก่อนเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 เราลองมาสำรวจความคิดเห็นของเหล่าผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ ว่าพวกเขาคิดเห็นอย่างไร และมีกลยุทธ์อะไรในปี 2565 นี้
- คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในปี 2565 บริษัทฯ จะต้องรอดูทิศทางในระยะยาว เนื่องจากยังมีการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนอยู่ หากโควิดสายพันธุ์นี้ไม่อันตรายถึงชีวิต ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาฟื้นคืนและเติบโตอย่างยั่งยืนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 โดยในครึ่งปีแรกอนันดาจะเน้นระบายที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จทั้งหมด 34 โครงการ และครึ่งปีหลังจะมีการเปิดตัว 7 โครงการใหม่ที่ประกอบด้วยที่อยู่อาศัยแนวราบ 2 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ
- คุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2565 คาดว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตขึ้นในสัดส่วน 10-15% จากปัจจัยการสร้างความเชื่อมั่นของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแอล.พี.เอ็น. มีแผนงานในปี 2565 ว่าจะเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็กให้มากขึ้นเพื่อเป็นการกระจายทำเล เจาะกลุ่มผู้ซื้อคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงานและนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่า โดยเน้นไปที่การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท
- คุณเศรษฐา ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในปี 2565 ที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบยังคงมาแรงและได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ซื้อเป็นอย่างดี เพราะที่อยู่อาศัยประเภทนี้มีความต้องการซื้ออย่างไม่ขาดสาย และพฤติกรรมของกลุ่มผู้ซื้อได้เปลี่ยนไปตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการ Work From Home กันมากขึ้น บริษัทจึงเน้นการเปิดตัวโครงการประเภทที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องในปี 2565 และจะหันไปลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิ่มด้วย เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
- คุณประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในปี 2565 แนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลส่งเสริมให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ จึงเท่ากับเป็นการส่งเสริมการส่งออกและการท่องเที่ยวอย่างถาวร โดยในส่วนของศุภาลัยมองว่าปัจจุบันกลุ่มผู้ซื้อจะอยู่ที่วัยเริ่มทำงานที่มีอายุ 25-35 ปี ซึ่งประสบกับปัญหาหนี้สินเยอะโอกาสที่จะกู้เพื่อซื้อบ้านจึงมีน้อยลง ทำให้ศุภาลัยวางกลยุทธ์ในปี 2565 ด้วยการหันมาขยายตลาดคอนโดมิเนียมให้เช่าเป็นครั้งแรก เริ่มต้นจากโครงการศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39 และกระจายไปสู่จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองพัทยา เป็นลำดับต่อไป
จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาทั้งหมดนี้จะเห็นภาพรวมได้ชัดเจนว่าในปี 2565 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีแรก และจะขยายตัวเต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้น หากคุณต้องการเลือกซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ ควรเริ่มมองหาตัวแทนผู้เชี่ยวชาญอย่าง Lazudi เพื่อช่วยให้คุณค้นหาที่อยู่อาศัยทั้งรูปแบบขายขาด และรูปแบบเช่าระยะสั้นหรือระยะยาวในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ